“คล็อปป์” ออกมาวิจารณ์เกมส์แข่ง หลังเสมอเซาธ์แธมป์ตัน คาบ้าน

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ “หงษ์แดง” ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษ หลังเกมส์เสมอ เซาธ์แธมป์ตัน 0-0 ในถิ่นแอนฟิลด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกเกมส์ที่ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ต้องออกมาพูดด้วยความน่าเสียดายทั้งโอกาสในเกมส์และการตัดสินของกรรมการ เพราะเนื่องจากเป็นเกมส์สำคัญที่จะต้องเก็บสามแต้มเพื่อรั้งอันดับท็อปโฟร์ ในขณะที่ทีมใหญ่ที่ไล่ตามหลังนั้นมีคะแนนเบียดขึ้นมาใกล้ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอล เพียงแต่แมตซ์การแข่งขันของทีมทั้งสองน้อยกว่า 1-2 นัด

james-milner-vs-Southampton

ซึ่งในเกมส์ถือได้ว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสครองบอลได้มากกว่า ถึง 65 ต่อ 35 เปอร์เซนต์ รวมถึงโอกาสเข้าทำที่มากกว่าชัดเจน 17 ต่อ 4 ครั้ง และเข้ากรอบ 8 ต่อ 0 ครั้ง โดยเฉพาะจุดโทษนาทีที่ 66 ของ “เจมส์ มิลเนอร์” ที่ยิงไปติดเซฟของเฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์

โดยสภาพในเกมส์ต่างๆ ทำให้กุนซือเจ้าบ้านอย่าง “เจอร์เก้น คล็อปป์” ต้องออกมาขอวิพากย์วิจารณ์ทั้งสภาพอากาศและแผนการเล่นท่วงเวลาของเซาธ์แธมป์ตัน

การให้สัมภาษของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิวเอร์พูล

“ผมรู้ไม่มีใครอยากได้ยินเรื่องนี้แต่ผมกล้าพอที่จะพูดว่าสนามมันแห้งมาก”

“เราฉีดน้ำทั้งหมดลงไปแล้ว แต่จากนั้น 15 นาที ด้วยการที่ลมแรง มันทำให้แห้งมากๆ”

“มันเป็นเรื่องที่ยากนะ คุณก็เห็นได้เลยว่าการส่งบอลหลายครั้งมันทำให้คุณคิดว่า ทำไมพวกเขาเล่นกันแบบนี้”

“ในเกมครองบอลแบบนี้ถ้าเป็นไปได้คุณจำเป็นต้องมีสภาพการณ์ที่ดีที่สุด แต่เราไม่ได้มันมา มันไม่ใช่ความผิดใครหรอก แค่พูดถึงว่ามันเป็นแบบนี้”

ก่อนที่ “คล็อปป์” จะพูดถึงการถ่วงเวลาอขงผู้เล่นเซาธ์แฮมป์ตันในเกมนี้ รวมถึงจังหวะถ่วงที่เกิดขึ้นในช่วงที่มิลเนอร์กำลังจะยิงจุดโทษ

“ผมไม่ชอบสร้างเรื่องอะไรหรอกนะถึงแม้เราเพิ่งจทำได้เพียงเสมอก็ตาม แต่คุณก็เห็นสิ่งที่พวกเขาทำอยู่แล้ว ทำไมต้องให้ผมพูดด้วยล่ะ”

“มุมหนึ่งก็คงบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ฉลาดเอามากๆ แต่อีกมุมหนึ่งก็บอกว่าไม่เป็นน้ำใจนักกีฬา”

“ผมไม่รู้หรอกนะ มันก็เป็นตามเห็นนั่นแหละ มันเสียเวลาไปนานพอควร ไม่ดีเอาเลย สุดท้ายพวกเขาได้สองใบเหลือง(เซคริค โซอาเรส,เจมส์ วอร์ด-พราวส์)”

“และผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฟอร์สเตอร์ต้องการเวลานานแค่ไหนในการเตะจากเส้นประตูแต่ละที แน่นอนว่าผมไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรกับมัน ไม่ว่าเราจะพูดยังไง สุดท้ายเราคงจะดูเป็นลูสเซอร์หรืออะไรก็ตามแต่”

“คุณเห็นมันแล้วก็เขียนข่าวลงไป แล้วถ้าไม่มีคนอ่าน ก็แน่นอนว่ามันไม่ใช่ปัญหา” เขากล่าว

แต่อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ยังมีโอกาสเก็บคะแนนอีก 2 นัดสุดท้ายของซีซั่นนี้ โดยเกมส์ที่เหลือจะเป็นการบุกไปเยือนเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด และเปิดบ้านรับการมาเยือนของมิดเดิ้ลสโบรซ์ อีกทั้งผลการแข่งขันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพ่าย อาร์เซนอล 2-0 ทำให้ “หงษ์แดง” ยังมีโอกาสรั่งอันดับท็อปโฟร์เอาไว้ได้