แมนฯยู บุกพ่าย เชลซี 1-0 ฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ

Chelsea-vs-ManUnited-FAcup

เชลซี โชว์ฟอร์มของความเป็นจ่าฟูง เปิดบ้านดวล “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชือดผีไปนิ่มๆ 1-0 ประตู จากการทำประตูของ “เอ็นโกโล่ ก็องเต้” ในนาทีที่ 51 ซึ่งในช่วงครึ้งแรกทางฝั่งของ แมนฯยูต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลังจาก “อันเดร์ เอร์เรร่า” โดนไล่ออก ทำให้เชลซีต้องเปิดเกมส์บุกด้วยความเป็นต่อ จบเกมส์แมนฯยูพ่ายให้กับ “สิงโตน้ำเงิน” ในศึกฟุตบอล เอฟเอคัพ และต่อไปของ เชลซี จะเป็นนัดดวลกับ “สเปอร์” ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

โดยผลงานในพรีเมียร์ลีกล่าสุดของ “สิงห์บลูส์” เชลซี ทีมจ่าฝูงบอลลีกผู้ดี เจ้าของแชมป์รายการนี้ 7 สมัย เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยคว้าถ้วยรายการนี้มากสุด 12 สมัย (เท่ากับ อาร์เซน่อล)

จังหวะสำคัญในเกมส์

ครึ่งแรก

น.2 แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมเข้าทักทายก่อนตั้งแต่ต้นเกม ก่อนจะมาได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เฮนริค มคิทาร์ยาน เปิดโค้งเข้าเขตโทษ มาร์กอส โรโฮ สลัดหนีตัวประกบมาโหม่ง แต่โหม่งโหนไป บอลโด่งข้ามคาน

น.12 แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าในช่วง 10 นาทีแรก มีโอกาสลุ้นอีกครั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ควบบอลขึ้นหน้าไปติด แกรี่ เคฮิลล์ เข้ามาสกัด แต่ยังตามสไลด์คืนมาให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน แต่งบอลซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลพุ่งหลุดกรอบ

น.16 เชลซี เริ่มทำเกมรุกขึ้นมาตอบโต้ มีโอกาสลุ้นประตูครั้งแรก เอแด็น อาซาร์ พลิกบอลหนี คริส สมอลลิ่ง อย่างเหนือชั้น ก่อนพาบอลลากจี้เข้าเขตโทษแล้วซัดมุมแคบ บอลแฉลบติดหนึ่ง ก่อนที่ เด เคอา จะปัดปลายมือออกหลัง

น.16 เชลซี เอาบอลมาเล่นลูกเตะมุมจากจังหวะต่อเนื่อง มีโอกาสเกือบได้ประตูออกนำ วิลเลียน เปิดจากฝั่งซ้ายโค้งเข้าเขตโทษ แกรี่ เคฮิลล์ ชิงพักอกเอาบอลลงแล้วล้มตัววอลเลย์เหน่งๆ บอลพุ่งเกือบเสียบมุมไปแล้ว แต่ เด เคอา ยังไวลอยตัวปัดทิ้งไปได้ทัน

น.36 แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เล่นค่อนข้างรัดกุม กลับต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่มีใบเหลืองติดตัวมาตั้งแต่นาที 20 ไปตัดเกมใส่ เอแด็น อาซาร์ โดนผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ เป่าฟาวล์ พร้อมควักใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออก

หมดครึ่งแรก เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง

น.51 เชลซี เซ็ตบอลขึงพืดแนวรับฝั่งทีมเยือนอยู่แทบจะฝ่ายเดียว จนกระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลังผ่านครึ่งหลังมาได้ไม่นาน จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน ไหลบอลจากด้านซ้ายขวางมาหน้าเขตโทษให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แต่งบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวา 23 หลากลางประตู บอลติดไซด์โป้งโค้งเสียบโคนเสา

น.59 แมนฯ ยูไนเต็ด อาศัยจังหวะฉาบฉวยที่พอจะมีให้เห็นอยู่บ้าง เมื่อ ดาวิด ลุยซ์ ออกมาตัดบอลที่กลางสนามพลาดโดน มาร์คัส แรชฟอร์ด ฉกบอลลากลุยเดี่ยวเข้าเขตโทษ แล้วซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่ กูร์กตัวส์ ยังเซฟไว้ได้

น.60 เชลซี ตอบโต้ขึ้นเกมเร็วแบบไม่ให้ทันตั้งตัว ก่อนจะมาได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา วิลเลี่ยน เปิดโค้งเข้าเขตโทษ ดีเอโก้ คอสต้า หนีตัวประกบมาโหม่งที่เสาแรกคนเดียวโล่งๆ แต่บอลหลุดเสาออกหลัง

น.62 เชลซี เริ่มกลับมาเป็นฝ่ายขึงเกมไว้ได้อีกครั้ง มีโอกาสลุ้นประตูที่สอง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ล็อกหนีตัวประกบจนเสียหลัง แล้วไหลมาให้ วิลเลี่ยน บรรจงปั่นด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลถากคานบนออกไปนิดเดียว

น.73 เชลซี ครองเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียว หาโอกาสลุ้นเข้าทำได้เรื่อยๆ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไหลบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านขวาให้ วิลเลี่ยน หลอกพลิกตัวหนีแล้วซัดด้วยขวามุมแคบ เด เคอา ต้องออกแรงทุบทิ้ง

น.82 แมนฯ ยูไนเต็ด นานๆ จะได้ตอบโต้ขึ้นมา มีลุ้นหวาดเสียว เจสซี่ ลินการ์ด ปั๊มบอลแย่งมาจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ บอลกระฉอกมาเข้าทาง ปอล ป็อกบา แต่งหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเรียดหลุดเสาไม่ไกล

จบเกม 90 นาที เชลซี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกฟุตบอล เอฟเอ คัพ เป็นทีมสุดท้าย ถัดจาก แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส โดยจะเข้าไปพบกับ “ไก่เดือยทอง” ในระหว่างวันที่ 23 – 23 เมษายน ที่สนาม เวมบลีย์

รายชื่อผู้เล่น เชลซี (3-4-3)
ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, แกรี่ เคฮิลล์ – วิคเตอร์ โมเซส (เคิร์ต ซูม่า น.89), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เนมานย่า มาติช, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน (เชส ฟาเบรกาส น.81), ดีเอโก้ คอสต้า (มิชี่ บาตชูอายี่ น.90+4), เอแด็น อาซาร์
สำรองไม่ได้ใช้
อัสเมียร์ เบโกวิช – จอห์น เทอร์รี่, นาธาเนียล ชาโลบาห์, เปโดร โรดริเกซ

รายชื่อผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-3)
ดาบิด เด เคอา – ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดร์ เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา, มัตเตโอ ดาร์เมียน – เฮนริค มคิทาร์ยาน (มารูยาน เฟลไลนี่ น.37), มาร์คัส แรชฟอร์ด, แอชลี่ย์ ยัง (เจสซี่ ลินการ์ด น.81)
สำรองไม่ได้ใช้
เซร์คิโอ โรเมโร่ – เอริค ไบยี่, ดาเล่ย์ บลินด์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ฆวน มาต้า